เอมดีเมท ลดภาวะสมองเสื่อม เสริมสร้างความจำ บำรุงสมอง

ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ 100%

เป็นผลงานการค้นคว้า วิจัยของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร๋และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

MDmate มีประสิทธิภาพในกา

       -ลดภาวะสมองเสื่อม

       -เสริมสร้างความจำImage result for เอ็มดีเมท

       -บำรุงสมอง และ

       -ยับยัั้งการทำลายสารสื่อประสาท

     การรับประทาน เอมดีเมทเป็นประนจำ

จะช่วยบำรุงสมอง โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคีียง ไม่มีสารตกค้างในร่่างกาย

เพราะผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100%  นอกจากนั้นยังทำให้ร่างกาย

ได้รับสารสำคัญที่มีผลต่อการยับยั้งการทำลายสารสื่อประสาท

ส่งผลให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพดีขึ้น

ท่านจึงห่างไกลจาก ภาวะสมองเสื่อม

      นอกจากนี้ในคนปกติ หรือแม้แต่เด็กก็สามารถรับประทาน เอมดีเมทได้

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาานของสมองที้งในเรื่องทักษะ และความจำที่ดีขึ้น

     ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ 100 จากการวิจัยพบว่า

สารสำคัญจากพืชใบเขียวที่นำมาผลิตเป็น เอมดีเมท

สามารถยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส (ซึ่งเป็นตัวทำลายสารสื่อประสาท แอซิทิลโคลีน)

เช่นเดียวกับยารักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในปัจจุุบันโดยใช้เวลาค้นคว้ากว่่า 4 ปี

จากการวิจัยของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ราคากระปุกละ 1,250 บาท สนใจติดต่อ

062 9561628 (krit)

จุลินรักษ์ สูตร A

จุลินรักษ์ สูตร A 

 ผลิตภัณฑ์การเกษตร ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

อัตราการใช้

   

พืช

ช่วงเวลาในการใช้ ราดดิน ฉีดพ่น คลุกปุ๋ย
พืชผัก  เช่น คะน้า   พริก  กวางตุ้ง  ผักบุ้ง  แตงกวากะหล่ำปลี    ถั่วฝักยาว  กะเพรา  กะหล่ำดอก มะระมะเขือ ผักกาดขาว ผักกาดหอม  คื่นฉ่าย  บล็อกเคอรี่  บวบ  ผักหวาน  ผักโขม  หน่อไม้ฝรั่ง  ถั่วลันเตา ฉีดพ่นทุก  7 วัน

ถึงเวลาเก็บเกี่ยว

10 กรัม

น้ำ 20 ลิตร

10 กรัม

น้ำ 20 ลิตร

100 กรัม

ต่อปุ๋ยคอก

/ปุ๋ยหมัก

50กิโลกรัม

ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ กล้วยไม้ ดาวเรือง บานไม่รู้โรย บานชื่น เข็ม เบญจมาศ พุทธรักษา โกศล สาวน้อยประแป้ง ตะโกดัด มะลิ คาร์เนชั่น ฉีดพ่นทุก 15 วัน

อย่างต่อเนื่อง

10 กรัม

น้ำ 20 ลิตร

นาข้าว

ช่วงอายุ 10 ,20,30,40,60 วัน

พืชไร่ เช่น หอม กระเทียม พืชตระกูลถั่วต่างๆ

ข้าวโพด ,อ้อย, มันสำปะหลัง, แห้ว

ฉีดพ่นช่วงอายุ 10,20,30,60,90 วัน

สับปะรด  ฉีดพ่นช่วงอายุ 10,20,30 วัน

 

หลังจากนั้นฉีดพ่น

เดือนละ 1 ครั้ง

10 กรัม

น้ำ 20 ลิตร

ไม้ผล เช่น ส้ม  มะนาว  สตอเบอรี่  กล้วย  ชมพู่  ขนุน กระท้อน  ฝรั่ง  พุทรา  ทุเรียน  ลิ้นจี่  ลำไย  มะม่วง มะเฟือง  มะไฟ  มังคุด  มะละกอ  ลองกอง  น้อยหน่า  ระกำ  ละมุด  เงาะ  แอปเปิ้ล  แตงโม  แก้วมังกร  แคนตาลูป  องุ่น  แตงไท ฯลฯ  

ราดดินเดือนละ 1 ครั้ง

ฉีดพ่น เดือนละ 3 ครั้ง

10 กรัม

น้ำ 20 ลิตร

ไม้ยืนต้น เช่น ปาล์ม  ยางพารา  มะพร้าว ฯลฯ ฉีดพ่นทุก 15 วัน 20 กรัม

น้ำ 20 ลิตร

20 กรัม

น้ำ 20 ลิตร

 

เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด จุลินรักษ์ สูตรA แช่น้ำไว้ 3 ชม. หรือแช่ค้างคืนไว้ แล้วราดดิน หรือฉีดพ่น  ช่วงเช้า

 

 

ในปัจจุบัน พบว่าสภาพแวดล้อมมีการแปรปรวนอย่างรุนแรงมากขึ้น เช่น สภาพแห้งแล้ง สภาวะน้ำท่วม ประกอบกับผลของเกษตรกรรมที่เน้นการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างผิดวิธีมานาน  ทำให้ดินมีสภาพเสื่อมโทรม  และพืชขาดความสมดุล ส่งผลให้ผลผลิตการเกษตรตกต่ำ เกษตรกรจึงต้องแบกภาระหนี้มากมายด้วยต้นทุนทางเกษตรที่สูงขึ้น

ปัจจัยที่มีส่วนสำคัญที่สุด สำหรับการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ แร่ธาตุในดิน น้ำ อากาศ แสงอาทิตย์ และพันธุ์พืช จะเห็นได้ว่าพืชต้องใช้ปัจจัยสิ่งแวดล้อมมากถึง 70%  ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก  ในขณะที่เกษตรกร ส่วนใหญ่ยังคงลงทุนค่าใช้จ่ายค่าปุ๋ยชนิดต่างๆจำนวนมาก เพื่อเพิ่มแร่ธาตุในดิน และเร่งให้พืชเจริญเติบโต หวังเพิ่มผลผลิตมากขึ้น ทั้งๆที่แร่ธาตุในดินเป็นปัจจัยของการเจริญเติบโตของพืชแค่ 10-15 เท่านั้น

ปุ๋ยอินทรีย์มีจุดประสงค์ที่สำคัญ คือ ช่วยปรับหน้าดินที่เสื่อมโทรมจากการใช้ปุ๋ยเคมี หรือดินแข็งดักดานให้โปร่งร่วนซุย มีอากาศเข้าแทรกในเนื้อดิน ทำให้การระบายน้ำได้ดี อีกทั้งจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินมีการเจริญเติบโต เอื้อต่อการขยายตัวแตกกอของรากพืชด้วย

แต่ปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ในท้องตลาดปัจจุบันมีหลายระดับ หลายมาตรฐาน ทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้  ยังคงสิ้นเปลือง อีกทั้งที่มีมักเป็นกระสอบขนาดใหญ่ หนัก ไม่สะดวกต่อการใช้งาน

ควรคำนึงถึงความคุ้มทุนค่าใช้จ่ายในส่วนบำรุงพืชพรรณต่างๆ  ต่อไปนี้

1. ความสามารถที่ทำให้พืชเจริญเติบโตงอกงามได้ดี

2. ปรับหน้าดินให้สมบูรณ์ พร้อมเพิ่มแร่ธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้

3. ความสะดวกในการใช้งาน

4. ค่าใช้จ่ายต่อไร่ต้องไม่แพงเกินไป

จุลินรักษ์ สูตร A เป็นนวัตกรรมสารอินทรีย์เสริมชนิดใหม่สำหรับพืช สามารถซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อของพืชทั้งใบ และลำต้นได้โดยไม่ต้องรอปากใบเปิด (จุดรับสารอาหารทางใบ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณใต้ใบพืช) ซึ่งพืชสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้ทันที ช่วยลัดวงจรการทำงานของพืชทุกชนิด ทุกช่วงวัยให้มีการเจริญงอกงามและเติบโตได้สม่ำเสมอ เสริมความแข็งแรงของพืช เพื่อให้ทนต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ จนกระทั่งเก็บเกี่ยว สามารถทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี  โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

 

คุณประโยชน์ จุลินรักษ์ สูตรA

1.ช่วยทำให้การเจริญเติบโตทาง ราก กิ่ง ใบ และแตกกอได้เร็วขึ้น

2.ช่วยเสริมการสร้างคลอโรฟิลด์ในพืช ทำให้พืชเขียวขึ้น

3.ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืช

4.ช่วยต่อต้านโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส เช่น โรครากเน่า โรคโคนเน่า โรคแคงเกอร์

โรคใบจุดสีน้ำตาล  โรคใบขีดสีโปร่งแสง  โรคเน่าคอรวง  โรคใบไหม้ โรคราดำ โรคผลเน่า โรคแอนแทรคโนส

5.ช่วยลดแรงต้านการดูดซึม และปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของน้ำ ทำให้พืชดูดซึมได้ดีขึ้น

6.ช่วยลดการระบาดของแมลง โดยเข้าไปเคลือบผิวของไข่แมลง ทำให้ไข่ฝ่อ ฟักตัวไม่ได้

7.ช่วยกระตุ้นการทำงานเซลส์พืช ในระบบ เนื้อเยื่อ ราก ท่อลำเลียงอาหารและน้ำ ให้โตต่อเนื่อง

8.ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทุกช่วงวัย ตั้งแต่เริ่มเพาะพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช

9.ช่วยทดแทนปุ๋ยเคมีได้ 100% ทำให้ประหยัดค่าปุ๋ยต่อไร่

(เทียบอัตราส่วนการใช้  ปุ๋ยเคมีกระสอบละ 50 กก.2 กระสอบ ต่อ จุลินรักษ์ สูตรA หนึ่งกิโลกรัม)

จุลินรักษ์ สูตรA หนึ่งกิโลกรัม ใช้ได้ 20 ไร่

 เปรียบเทียบ

ปุ๋ยเคมีทั่วไป

จุลินรักษ์ สูตรA

1. น้ำหนัก เป็นกระสอบ

หนัก 50 กิโลกรัม

ขนาด 1,000 กรัม

หนักเพียง 1 กิโลกรัม

2. การขนส่ง ยุ่งยาก ต้องใช้รถกระบะ หรือรถบรรทุก ง่าย ใช้ได้ทันที
3. ราคาต่อหน่วย 800-1,500 บาท/กระสอบ 600-1,200 บาท
4. พื้นที่ในการใช้ 1 กระสอบหว่านได้พื้นที่ 1-2 ไร่ 1กิโลกรัมฉีดพ่นได้พื้นที่ 20 ไร่
5. ระยะเวลาในการใช้ หว่านในช่วงมีฝนตก มีน้ำรด ฉีดได้ตลอดเวลา
6. ช่วงเวลาในการใช้ มักใช้ในช่วงหน้าฝน 6 เดือน ใช้ฉีดได้ทั้งปี
7. วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เป็นสารเคมีสังเคราะห์ และต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น เป็นสารอินทรีย์ Concentrate organic carbon compound matrix สกัดจากธรรมชาติ
8. การเก็บรักษา ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บมาก ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ
9. ลักษณะในการใช้ ต้องผสมหลายสูตร แล้วหว่านตามพื้นที่ให้ทั่วถึงต้องใช้แรงงานและเวลามาก เพียงผสมน้ำ แล้วใช้ฉีด ใช้แรงงานและเวลาน้อยกว่า
10. ต้นทุนค่าใช้จ่าย สูงมาก ต้องใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมากและผสมหลายสูตรเพื่อให้ได้ผลผลิตในพื้นที่ไม่กี่ไร่ ต่ำ และได้ผลผลิตพื้นที่หลายไร่
11. ความปลอดภัย เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม

จุลินรักษ์  สูตร A

ผลิตภัณฑ์การเกษตร

 

คุณสมบัติ: จุลินรักษ์สูตร A  เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์ ที่มีธาตุอาหารหลัก สามารถย่อยสลายปุ๋ย และอินทรีย์สาร  เป็นประโยชน์สำหรับเกษตรกรรม พืชเศรษฐกิจ เช่น  ส้ม มะนาว ทุเรียน มะยงชิด พริก มะเขือ  มันสำปะหลัง นาข้าว  ผัก และไม้ประดับ    จุลินรักษ์ มีคุณสมบัติ ในการกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย/เชื้อรา ในดิน  เช่น โรคโคนเน่า  รากเน่า โรคแคงเกอร์ โรคเหี่ยว  ยุบตาย  ต้นกล้าเน่า ป้องกันแมลง และผสมกับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ใช้ในการบำรุงดิน ทำให้พืชงอกงามออกดอกออกผลได้ดีกว่า ใช้จุลินรักษ์ยังช่วย ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต   ปลอดภัย 100% ทั้งคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม

วิธีใช้ : จุลินรักษ์ 10 กรัม  ผสมน้ำ 20 ลิตร แช่หมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืนไว้  เพื่อไม่ให้หัวฉีดอุดตันควรใช้ผ้าขาวบางกรองเอาเฉพาะน้ำที่มีจุลินรักษ์ละลายตัวอยู่ ฉีดพ่นบริเวณบนใบ ใต้ใบ ช่วงเช้า

(ถ้าใช้สำหรับราดดินบริเวณโคนต้น ไม่ต้องกรอง)

รากเน่า ใช้จุลินรักษ์ 100 กรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร แช่หมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วนำไปเทราดดินตรงปลายพุ่มไม้เข้ามาหาโคนต้นไม้  ระยะเวลา 3-5 วัน/ครั้ง หลังจากดีขึ้นแล้ว 15 วัน/ครั้ง

(เพิ่มปริมาณตามที่ใช้จริง)  

วิธีเก็บรักษา : ควรเก็บไว้ในที่ไม่มีความชื้นและร้อนจัด

น้ำหนักสุทธิ 100/500/1,000 กรัม /ซอง

 

ผลิตโดย : บริษัท ไบโอยู จำกัด

 

 

 

 

จุลินรักษ์ เอนไซม์บำบัดสิ่งแวดล้อม

ชีวภัณฑ์ที่ท่านแสวงหา  จุลินรักษ์

ชีวภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกสายพันธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดกลิ่น และย่อยสลายไขมัน ปราศจากสารเคมี ปลอดสารพิษ ซึ่งองค์การอนามัยโลก กระทรวงสาธารณสุข และ สถาบันวิจัยอาหารแห่งญี่ปุ่น ได้รับรองยืนยันแล้วว่าปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

กำจัดกลิ่นทุกชนิดที่เกิดจากการย่อยสลายอินทรียวัตถุ เช่น โปรตีน ไขมัน แป้ง ได้อย่างรวดเร็ว เช่น แก็สพิษ แอมโมเนีย เอมีน กลิ่นปัสสาวะ กลิ่นอับ  ก๊าซไข่เน่าและกลิ่นไขมันหืนเน่าอีกทั้งทำให้หมดกลิ่นเหม็นเป็นเวลานาน

กลิ่นกวนใจที่อยู่อาศัย

กำจัดกลิ่นเหม็นและลดการอุดตันในห้องน้ำ  โถปัสสาวะ  ส้วม  ห้องครัว อ่างล้างจาน ร่องน้ำทิ้ง ท่อระบายน้ำและขยะ ใช้ 100 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร แช่ไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง คนให้เข้ากัน ฉีด พ่น เทราดทำติดต่อกัน 3 วัน ต่อจากนั้นทำอาทิตย์ละครั้ง ช่วยให้บ้านพัก มีกลิ่นสะอาด ปราศจากกลิ่นเหม็น

สารเคมีเช่นลูกเหม็น ซึ่งเป็นสารระเหิด แก็สพิษที่ทำลายระบบประสาทและระบบทางเดินหายใจ ที่รุนแรงกว่าทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน หลายเท่า รวมทั้งผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่ใช้อยู่ ไม่สามารถกำจัดกลิ่นเหม็นได้ เพียงแค่นำกลิ่นหอมไปกลบกลิ่นเหม็นเท่านั้น ในวันถัดไป กลิ่นเหม็นเหล่านั้นจะกลับมาอีก

แก้ปัญหาส้วมเต็ม ท่อตัน กลิ่นเหม็นจากส้วม บ่อเกรอะ และอ่างล้างจาน ใช้ 100 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร เทราดลงโถส้วมหรือท่อน้ำที่มีไขมันอุดตัน อาการอุดตันจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน หลังจากนั้นควรใช้เป็นประจำทุกเดือน

ใช้ล้างทำความสะอาดบ้าน ช่องแอร์ ที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อับเหม็นกลิ่นปัสสาวะราดจากเด็ก  สัตว์เลี้ยง

ใช้ล้างขัด ถู บริเวณครัว เตาแก๊ส ที่ดูดควัน เพื่อขจัดคราบมัน ใช้ 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1-2 ลิตร คนให้เข้ากันทิ้งไว้สักครู่ รินเฉพาะน้ำ ใช้ ฉีด พ่น บริเวณที่มีกลิ่น คราบไขมัน

กลิ่นเหม็นโรงงาน/อาคาร

ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ อีกทั้งกำจัดคราบไขมัน ช่วยลดการใช้สารเคมีในการล้าง ใช้จุลินรักษ์ 1 กิโลกรัม  ผสมน้ำ 200  ลิตร  ( ขึ้นกับสภาพความสกปรก)

กลิ่นในที่สาธารณะ

กำจัดกลิ่นเหม็น บริเวณ ส้วมสาธารณะ สวนสัตว์ โรงเรียน วัด อำเภอ ศาลากลางจังหวัด โรงพัก ปั๊มน้ำมัน  ตลาดสด เทศบาล  รถขนขยะ ท่อระบายน้ำ ถังขยะสาธารณะ โรงอาหาร  ภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงแรม  สวนสาธารณะ  ใช้จุลินรักษ์ 1 กิโลกรัม  ผสมน้ำ 2,000 ลิตร ราดรดทั่วบริเวณที่มีกลิ่น 1000 ตรม.

ด้านบำบัดน้ำเสีย  และกำจัดไขมัน

สามารถย่อยสลายไขมันได้ดี  ในเบื้องต้นควรตักก้อนไขมันที่หนาในบ่อออกก่อน จากนั้นจุลินรักษ์จะทำการย่อยไขมันที่มาใหม่ให้สลายตัวอยู่ตลอดเวลา   จึงเป็นการลดแรงงานคน ในการตักไขมันในบ่อบำบัด และเร่งการย่อยสลายอินทรีย์สารให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ก่อให้เกิดแอมโมเนีย และก๊าซไข่เน่า  ทำให้ระบบบำบัดไม่เกิดกลิ่นเหม็น

บำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม
บำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป เช่น   แป้ง ยางพารา มันสำปะหลัง หมักดอง ฯลฯ  ใช้ 1000 กรัม ต่อน้ำเสีย 500 ลูกบาศก์เมตรในครั้งแรก  หลังจากนั้นคำนวณจากปริมาณน้ำเสียที่ปล่อยต่อวัน ในอัตรา 100 กรัม ต่อ น้ำทิ้ง 100 ลูกบาศก์เมตร

ย่อยสลายไขมันในบ่อดักไขมัน   ใช้ 500 กรัม ต่อบ่อดักไขมันขนาด 5 ลบ.ม. ติดต่อกัน 3 วัน จากนั้นผสม 100 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร ทุกวัน ใช้ล้าง ทำความสะอาดในครัว เช็ดถูพื้น ทำให้พื้นไม่ลื่น ช่วยกำจัดไขมันตั้งแต่จุดเริ่มต้น ควรตักก้อนไขมันที่ลอยอยู่ผิวหน้าออกใน 2-3 วันแรก จากนั้นจุลินรักษ์ จะย่อยไขมันเองโดยไม่ต้องตักไขมันอีก

ใช้กับสิ่งแวดล้อมของสัตว์เลี้ยง

ช่วยลดอัตราการตายในฟาร์มไก่เนื้อ  ควรใช้ 1 ก.ก. ต่อน้ำ 1,000 ลิตร ฉีดพ่นในเล้าไก่  โดยเริ่มพ่นทุก ๆ สัปดาห์  ในไก่ที่มีอายุตั้งแต่ 3 สัปดาห์เป็นต้นไป

ช่วยกำจัดกลิ่นในเล้าหมู   ควรใช้ 1 กก. ต่อน้ำ 2,000 ลิตร  ฉีดพ่นในเล้าให้ทั่วเมื่อมีกลิ่น ลดแมลงวันและกลิ่น โดยฉีดพ่นกองมูลสัตว์  เพื่อลดการวางไข่ของแมลงวัน  ไข่ไม่ฟักตัวเป็นหนอน

ใช้ 100 กรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดราดรดให้ทั่วบริเวณ ทุกๆ วัน

การใช้กับแหล่งน้ำและระบบน้ำสำหรับเลี้ยงสัตว์

¨       ช่วยให้บ่อ รางน้ำ สระน้ำธรรมชาติที่เขียวจัด  บ่อเลี้ยงกุ้ง ปลา กบ ตะพาบน้ำ คุณภาพน้ำไม่เสีย

¨       ความโปร่งใสของน้ำดีขึ้น น้ำมีสีเขียวอ่อน ไม่เหนียวหนืด  ก้นบ่อไม่เน่าเสีย  ช่วยให้อุณหภูมิ และความเป็นกรดด่างของน้ำค่อนข้างคงที่  ก๊าซพิษละลายอยู่ในน้ำต่ำมาก จึงทำให้สัตว์น้ำไม่เครียด

¨       ลดการระบาดจากโรคไวรัส โรคแผลเน่าเปื่อยที่ลำตัวปลา กบ ตะพาบน้ำ  ลดการตายของสัตว์

¨       ป้องกันและกำจัด แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อในลำไส้ และตับ

¨         โรคขี้ขาว

¨       ลดกลิ่นสาบโคลนในตัวปลา กุ้ง กบ ตะพาบ เวลาจับขาย

¨       ลดการใช้ยาฆ่าเชื้อ และยาปฏิชีวนะ ในช่วงเตรียมบ่อ และระหว่างเลี้ยง

อัตราการใช้ 1,000 กรัม ต่อปริมาตรน้ำ 1,000 ลบ.เมตร ทุกสัปดาห์

กำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินในแหล่งน้ำ

¨       สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินสามารถตรึงไนโตรเจนในอากาศมาเก็บในตัว เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่อายุสั้น เมื่อตาย จึงตกตะกอนทับถมเป็นของเน่าเสียในแหล่งน้ำ และปลดปล่อยแอมโมเนียลงในแหล่งน้ำ ทำให้น้ำมีความเป็นด่างสูงและขาดออกซิเจน  สัตว์น้ำตาย จุลินรักษ์ช่วยกำจัดและควบคุมสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินในน้ำได้ น้ำที่บำบัดจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน ปล่อยลงแหล่งน้ำได้

ใช้ จุลินรักษ์ 1 กิโลกรัม  ต่อน้ำ 1000 ลบม. และควรเติมทุกๆ  10-15 วัน

ด้านเกษตรกรรม

ช่วยฟื้นฟูสภาพทรุดโทรมของต้นกล้าพืช และ กำจัดเชื้อโรคในดิน

¨       ใช้สำหรับการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น  ส้ม ทุเรียน พริก มะเขือ  มัน  แตง ฯลฯ จุลินรักษ์ มีคุณสมบัติ ในการกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย/รา ในดิน  เช่น โรคโคนเน่า รากเน่า โรคเหี่ยว  ยุบตาย

ต้นกล้าเน่า ฯลฯ  ใช้ในการเตรียมดินแปลงปลูก โดยผสม 1 กก. ต่อ น้ำ  3,000 ลิตร ราดรดในแปลงปลูกพืช 2ไร่  เดือนละครั้ง (เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรเพิ่มอินทรียวัตถุ หรือปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ลงในแปลงปลูก อย่างน้อย 2-3 ตันต่อไร่)

ด้านอุตสาหกรรม

ใช้ในอุตสาหกรรมหมักดอง

¨       ผัก  ผลไม้   ไส้กรอก  ช่วยเร่งให้ขบวนการหมักเร็วขึ้น เปรี้ยวเร็วขึ้น   ผักผลไม้กรอบขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเติมผงกรอบ (บอแรกซ์) ในอาหาร ใช้ 50 กรัม ต่อของที่ใช้หมักดอง 100 กก.

ใช้ในอุตสาหกรรมปลาป่น

¨       เพื่อปรับปรุงคุณภาพปลาป่น เพราะชาวประมงไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องการเก็บรักษาปลาให้สด ก่อนไปทำเป็นปลาป่น ซึ่งทำให้ปลาป่นที่ออกมาคุณภาพไม่ดี มีกลิ่นเน่าเหม็น ค่า TVN (Total Volatile Nitrogen)  สูง

ควรใช้ 1 กก. ผสมน้ำ 1000  ลิตร ผสมได้ทั้งน้ำจืดหรือน้ำเค็ม  ฉีดพ่นบนกองปลาสด

ปริมาณ 20,000 กก. (20 ตัน)  บริเวณต้นสายพาน ลำเลียงปลาขึ้นหม้อนึ่ง (2-5 นาที)

¨       ทำ ให้ปลาป่นมีคุณภาพดีขึ้น ลดกลิ่นเน่าเหม็น หรือ TVN ลงอย่างมาก โดยโปรตีนในปลาป่นไม่สูญเสีย  อีกทั้งควันที่ออกจากโรงงานก็ไม่มีกลิ่นเน่าเหม็น

ใช้ในอุตสาหกรรมประมง

¨       การออกจับปลาของชาวประมงในแต่ละครั้ง  ใช้เวลาหลายวัน  ปลาที่จับได้ขาดความสด และมีกลิ่นเน่าเหม็น    เกิดแก๊สพิษในห้องเก็บปลาใต้ท้องเรือ เมื่อเรือเข้าฝั่ง  ต้องเสียเวลาขับไล่แก๊สพิษออกไป   ก่อนที่คนงานจะลงไปตักปลาขึ้นจากใต้ท้องเรือ มิฉะนั้นคนงานที่ลงไปจะได้รับแก๊สพิษ จะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว   ซึ่งพบค่อนข้างบ่อย  ควรใช้ 1 กก. ผสมน้ำ 1000 ลิตร ราดรดในช่องเก็บปลาก่อนเรือเข้าออกท่า 2-3 ชั่วโมง

¨       กำจัดกลิ่นเน่าเหม็น และลดแก๊สพิษลงไปอย่างมาก โดยคุณภาพปลาไม่สูญเสีย

¨       ใช้จุ่มแช่ ปลา เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ที่เน่าเสียง่าย ช่วยกำจัดกลิ่นเน่าเหม็นแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาดองศพ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

จุดเด่น จุลินรักษ์

            จุลินรักษ์ เป็นจุลินทรีย์ที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยจุลินทรีย์บริสุทธิ์สายพันธุ์หลัก 5 ชนิด ที่พัฒนาและคัดเลือกได้จากธรรมชาติ ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมเกื้อกูลซึ่งกันและกัน (symbiosis) มาเพาะเลี้ยง ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หลากหลาย และสามารถทำงานได้อย่างกว้างตามสภาพสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน  เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้เป็นเชื้อจุลินทรีย์จากธรรมชาติ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง

การผลิต

เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นโดยคนไทย ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก

โดยอาหารที่ใช้เลี้ยงเชื้อได้ผ่านการฆ่าเชื้อ แล้วนำเชื้อจุลินทรีย์หลักสายพันธุ์บริสุทธิ์มาเพาะเลี้ยงตามกรรมวิธี จนได้ปริมาณและความเข้มข้นที่ต้องการ จากนั้นนำไปทำแห้งโดยวิธี Vacuum Freeze Dry ที่อุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียส เพื่อให้เชื้อหยุดการเจริญเติบโต จึงสามารถเก็บเกี่ยวสารอินทรีย์ที่เกิดจากขบวนการหมัก เช่น เอนไซม์ กรดอินทรีย์ สารชีวนะไวตามินต่างๆ  ไว้ได้โดยไม่ถูกทำลาย

การรับรองมาตรฐานสินค้า

ได้รับการรับรองผลการวิเคราะห์ชนิดและปริมาณของเชื้อ  และกลุ่มสารอินทรีย์ที่เป็นผลผลิตของจุลินทรีย์ ดังกล่าวจากสถาบันกลางรับตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ OMIC ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม  คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

การรับรองความปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ของบริษัทฯได้รับการรับรองว่ามีค่าความเป็นพิษต่ำไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงและปราศจากจุลินทรีย์หรือเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค

•   สถาบันวิจัยอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ผลการทดลองรับรองว่าไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ แม้ให้กินในอัตราถึง 21,000 มิลลิกรัม (21 กรัม) ต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว ก็ตาม (Test LD50 )

•   สถาบันวิจัยวิทยาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปากที่ 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว พบว่า หนูทุกตัวแสดงอาการปกติและตรวจไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายในจากการชันสูตรซากหนูทุกตัวเมื่อสิ้นสุดการทดสอบ

•   สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ผลการวิเคราะห์พบว่า ไม่มีแบคทีเรีย และราที่ก่อให้เกิดโรคใด ๆ ต่อมนุษย์ และสัตว์

  • หน่วยบริการเทคโนโลยีทางอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ผลทดสอบประสิทธิภาพของจุลินทรีย์และสารประกอบที่สร้างจากจุลินทรีย์ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่สร้างสารอะฟลาทอกซิน พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อโรคได้หลายชนิด
  • บริษัท ห้องปฏิบัติการกลางตรวจสอบผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร จำกัด  ( LCFA )รายงานผลการวิเคราะห์ถึงการปนเปื้อนของ สารโลหะหนัก- แคดเมี่ยม ตะกั่ว สารกัมมันตรังสี และสารก่อมะเร็ง อะฟลาท็อกซิน บี1 บี2 จี1 จี2 และสารยาฆ่าแมลง กลุ่มออกาโนฟอสเฟส 15 ชนิด กลุ่มไพรีทอยส์ 7 ชนิด กลุ่มออกาโนคลอรีน 8 ชนิดและ กลุ่มคาร์บาเมต  8 ชนิด พบว่า ตรวจไม่พบสารยาฆ่าแมลง ซึ่งมีค่าต่ำกว่าปริมาณมาตรฐานกำหนดทั้งสิ้น
  • สถาบันกลางรับตรวจสอบคุณภาพ ยุโรป  (NEOTRON, ITALY)  รายงานผลการวิเคราะห์ถึงการปนเปื้อนของ สารโลหะหนัก แคดเมี่ยม ตะกั่ว สารกัมมันตรังสี และ สารก่อมะเร็ง- อะฟลาท็อกซิน บี1 บี2 จี1 จี2 และ สารยาฆ่าแมลง กลุ่มออกาโนฟอสเฟส 49 ชนิด ไพรีทอยส์ 17ชนิดและ อะคาริไซด์ 13 ชนิด  พบว่า มีต่ำกว่าปริมาณมาตรฐานกำหนดทั้งสิ้น
  • ความปลอดภัยของกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์ จาก LABORATORY SAFETY MANUAL, GLOBAL HEALTH SECURITY, EPIDERMIC ALERT AND REPONSE ของ WORLD HEALTH ORGANIZATION, GENEVA 2003 จัดอยู่ในชนิด BIOSAFETY LEVEL 1 คือ จุลินทรีย์ที่มีความปลอดภัยระดับสูงสุด ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และสัตว์

 

ข้อเปรียบเทียบ

              จุลินรักษ์                                      ผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น            

- ประกอบด้วยจุลินทรีย์บริสุทธิ์ 5  ชนิด             - จุลินทรีย์ชนิดเดียว หรือไม่แจกแจงชนิด

 

อยู่ในรูปเซลล์แห้งที่มีชีวิต                                       อยู่ในสภาพที่มีชีวิต  สปอร์

 

- ระบุความเข้มข้นได้ ผลวิเคราะห์จากOMIC    -  ไม่ระบุความเข้มข้น มีจุลินทรีย์น้อยกว่า

(1 กรัมมี  3.0 x 10 8cfu/g)                                      หลายเท่าตัว

 

- ไม่ผ่าเหล่า                                                          - มีโอกาสผ่าเหล่าได้ เพราะมี การต่อเชื้อ(หมัก)

การเก็บรักษาง่าย สะดวก (ชอบแดด)                  -  เก็บที่มืด ห้ามถูกแสงแดด อายุเก็บสั้น

มีอายุการเก็บรักษานาน 2 ปี

- ประสิทธิภาพสูง ได้รับการยอมรับ                   –  ประสิทธิภาพจะลดลงเมื่อมีการต่อเชื้อบ่อย

- ผลการทดลองทั้งใน และต่างประเทศ               -  ไม่รับรองความปลอดภัย

มีความปลอดภัยสูงทั้งต่อคน สัตว์

- ราคาถูกกว่าเมื่อคิดต่อหน่วยการใช้                   –  ราคาต่อกิโลกรัมจะถูกกว่าแต่คิดต่อหน่วย

       การใช้จะแพงกว่า

 

 

 

Men Power สารอาหารบำรุงสุขภาพ

วาก้า (waka) ผลิตภัณฑ์คุณภาพ 

วาก้า (waka)  เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่นอกจากมีคุณสมบัติในการบำรุงสุขภาพสำหรับท่านชายโดยตรงแล้ว ยังให้ผลต่อการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศสำหรับท่านชายอีกด้วย เพราะส่วนประกอบสำคัญเป็นสารสกัดจากสมุนไพร ร่วมกับอาหารเสริมที่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างฮอร์โมน และช่วยระบบไหลเวียนของเลือด เป็น Natural Supplement ให้ความปลอดภัยสูง

ส่วนประกอบสำคัญ ประกอบด้วย

-ตังถังเช่า

-กระชายดำ

-โสมเกาหลีสกัด

-ตังกุยสกัด

-สารสกัดจากต้นอิมเอียกคัก

-สารสกัดจากต้นงู่ชิฟ

-หอยนางรมสกัด

ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ไม่มีสารประกอบอันตราย ผ่านมาตรฐาน อย.

 

ขนาดบรรจุขวดละ 30 แคปซูล ราคา 1,200 บาท รับประทานเพียงวันละ 1 แคปซูล ก่อนนอน

สนใจ โทร 062 9561628, 062 9959324 (krit)

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา (Bermuda Triangle) หรือสามเหลี่ยมปีศาจ (Devil’s
Triangle) เป็นพื้นที่สมมุติทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ซึ่งมีการ
อ้างว่าอากาศยานและเรือผิวน้ำจำนวนหนึ่งหายสาบสูญไปโดยหาสาเหตุมิได้ใน
บริเวณดังกล่าว วัฒนธรรมสมัยนิยมได้ให้เหตุผลของการหายสาบสูญว่าเป็นเรื่อง
ของปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหรือกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตนอกโลก

เรือเดินทะเลที่หายสาบสูญไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานั้น ส่วนมากจะเกิดขึ้นใน
บริเวณที่เรียกว่า “ทะเลซากัสโซ” ซึ่งอาณาเขตบริเวณแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วย
สาหร่ายทะเลซากัสซั่ม โดยสาหร่ายชนิดนี้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรืออย่างยิ่ง

อ่านต่อที่นี่…. »

คำคมสอนใจ

“คนเราแก้อดีตไม่ได้…แต่เปลี่ยนอนาคตได้”

“เราอาจต้องยอมรับความผิดหวัง…แต่เราจะไม่ยอมสูญสิ้นความหวัง”

อุปสรรค คือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง

จงเรียนรู้จากความ ผิดพลาดของผู้อื่นเพราะเราไม่สามารถเรียนรู้ความผิดพลาดนั้น
ได้ทั้งหมดใน ช่วงชีวิตของเราเอง

เคล็ดลับของความสำเร็จคือการเดินทางอย่าง ต่อเนื่องไปสู่จุดมุ่งหมาย

ถ้าคุณไม่อดทนต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คุณอาจจะล้มหลวในทุกๆสิ่ง

ตัวเราเองที่กำหนดพรหมลิขิต และเราจะเป็นในสิ่งที่เราได้กระทำ

ธรรมชาติซับซ้อนเท่าที่มันจำเป็น…ไม่มากกว่านั้น

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วชีวิตคุณจะไม่ธรรมดา

อ่านต่อที่นี่…. »

ฟักทอง

ฟักทองเป็นพืชในตระกูลมะระชนิดไม้เถาขนาดใหญ่ ผิวขรุขระเปลือกมีลักษณะแข็ง เนื้อในสีเหลืองมีเส้นใยอยู่ภายในเป็นสีเหลืองนิ่มพร้อมกับเมล็ดสีขาวแบน ๆ ติดอยู่ ประโยชน์ของฟักทองนั้นมีมากมายสามารถนำมาใช้กินบำรุงร่างกายและรักษาโรคได้ดี


ประโยชน์ของฟักทอง
สรรพคุณทางยาของฟักทอง

- เมล็ดสามารถขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ และบำรุงร่างกายได้ดี
- ราก นำมาต้มน้ำใช้ดื่มบำรุงร่างกาย แก้ไอ ถ่อนพิษของฝิ่นได้
- น้ำมันจากเมล็ดบำรุงประสาทได้ดี
- เยื่อกลางผลสามารถนำมาพอกแก้อาการฟกช้ำ ปวด อักเสบ

อ่านต่อที่นี่…. »

เมื่ออ้วนควรทำอย่างไร ?

1. การควบคุมอาหาร ได้แก่ การลดปริมาณอาหาร และการเลือกชนิดของอาหารให้เหมาะสม

2. การออกกำลังกาย วิธีที่ถูกต้องนั้นควรยึดหลัก 3 ข้อด้วยกัน
2.1 Intensity คือ ความเหมาะสมในการออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่จะให้ผลในแง่เผาผลาญพลังงานจากร่างกาย
2.2 Duration คือ ระยะเวลาในการออกกำลังกาย หากต้องการให้มีการใช้ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกาย การออกกำลังกายทุกครั้งไม่ควรต่ำกว่า 45 นาที ไม่อย่างนั้นก็เป็นแค่กิจวัตรประจำวัน ไม่ถึงขั้นของการออกกำลังกายที่แท้จริง
2.3 Frequency คือ ความบ่อยในการออกกำลังกายควรให้ได้ 3 ครั้ง/สัปดาห์ จึงจะได้ผลดี ถ้าทำได้ทุกวันจะดีมาก

3. การปรับพฤติกรรม เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงนิสัยส่วนตัวบางอย่าง อันได้แก่ การพิจารณาเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ งดรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง

อ้วน…แม้เป็นโรคไม่ร้ายแรง แต่ความเรื้อรังและโรคแทรกซ้อนของมัน ก็คุกคามชีวิตได้น่าสะพรึงกลัว หากไม่ตระหนักและสร้างนิสัยในการควบคุมที่ดีพอ อนาคตเห็นทีชีวิตจะต้องลำบากแน่ ๆ

 

โรคที่พบบ่อยในคนอ้วน

1. ภาวะไขมันในเลือดสูง จะนำไปสู่ความผิดปกติของระบบอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ก็จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและความดันโลหิตตามมาได้

2. ความดันโลหิตสูง คนอ้วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคความดันโลหิตสูง กว่าคนไม่อ้วน 2-9 เท่า และถ้าน้ำหนักตัวลดลงความดันโลหิตก็จะลดลงด้วย หากความดันโลหิตสูงมาก ๆ อาจทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ถึงแก่ชีวิตหรือพิการ เป็นอัมพาตได้

3. โรคหัวใจและหลอดเลือด ในปัจจุบันป็นสาเหตุของการตายอันดับหนึ่งของประเทศอุตสาหกรรม หรือประเทศที่พัตนาแล้ว รวมทั้งประเทศไทยด้วย เนื่องจากไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน หัวใจทำงานเพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็นกับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจแล้ว ก็ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และหัวใจวายถึงแก่ชีวิตได้

4. โรคเบาหวาน มักพบควบคู่กันเสมอในสภาวะที่เป็นโรคอ้วน คนอ้วนเล็กน้อยจะมีโอกาสเกิดโรคเบาหวานได้มากกว่าคนทั่วไป 2 เท่า คนอ้วนปานกลางจะมีโอกาสเป็น โรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 5 เท่า และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าในคนที่อ้วนมากๆ เมื่อเป็นเบาหวานแล้วมักเป็นแผลเรื้อรังไม่ค่อยหาย บางทีเป็นแผลกดทับในรายที่ต้องนั่งหรือนอนนาน ๆ ประกอบกับมีการเสี่ยงต่อการติดเชื้อราง่ายขึ้น เพราะมีการอับชื้น ของซอกแขนและซอกขามากกว่าปกติ

5. โรคข้อกระดูกเสื่อม โดยเฉพาะข้อเข่า และข้อเท้าเนื่องจากต้องรับน้ำหนักตัวมากเกินพิกัด นอกจากนี้ คนอ้วนมักจะมีระดับกรดยูริคในเลือดสูงกว่าปกติและมีโอกาสเป็นโรคเก๊าต์มากขึ้น

6. โรคของระบบทางเดินหายใจ คนอ้วนมากจะทำให้เกิดความผิดปกติ ในการหายใจเข้าออกและกระบังลม ผลคือเกิดภาวะขาดออกซิเจน เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่านอนหงายจะมีอาการหายใจลำบาก บางครั้งหยุดหายใจเป็นพักๆ เวลานอนหลับ มีอาการปวดศีรษะในตอนเช้า ในเวลากลางวันจะมีอาการง่วงนอน หายใจช้า ระยะต่อไปหัวใจซีกขวาล้มเหลวและอาจเสียชีวิตได้

7. โรคมะเร็งบางชนิด จากการศึกษาพบว่า คนที่เป็นโรคอ้วนจะเป็นมะเร็งมากกว่าคนที่ไม่อ้วน เช่น โรคมะเร็งที่เกี่ยวกับฮอร์โมน และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร มะเร็งของเยื่อบุมดลูก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งถุงน้ำดี

 

นอกจากปัญหาสุขภาพร่างกายที่กล่าวทั้งหมดแล้ว คนอ้วนยังมีปัญหาสุขภาพ จิตใจด้วยเริ่มตั้งแต่ถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนเป็นตัวตลกขาดความมั่นใจในตัวเอง และเนื่องจากคนอ้วนมักมีกิจกรรมพิเศษ หรือการออกกำลังกายน้อยเกินไปจึงทำให้อารมณ์ไม่เบิกบานแจ่มใสเท่าที่ควร อาจพบภาวะของโรคอารมณ์เศร้าหมองร่วมไปด้วย โดยเฉพาะในหญิงสาวซึ่งเมื่อมีความไม่สบายใจ ก็มักจะหาทางออกด้วยการรับประทานอาหารหรือของโปรด เช่นไอศครีม ช็อคโกแลต ซึ่งอาจจะช่วยให้อารมณ์ช่วงนั้นดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการทำร้ายตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

ความอ้วนเกิดจากอะไร

1. ความอ้วนที่เกิดจากสาเหตุภายนอก อันเนื่องมาจากกินมากเกินความต้องการของร่างกาย อาหารที่คุณกินเนื้อ ไขมัน หรือแป้ง สิ่งเหล่านี้จะถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกาย ถ้ามีมากเกินไปก็จะกลายเป็นไขมันพอกพูนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

2. ความอ้วนที่มาจากสาเหตุภายใน พบได้จากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
เช่น ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ทำให้มีไขมันตามบริเวณต้นแขน ต้นขา และ
หน้าท้อง

3. อ้วน เพราะกรรมพันธุ์

จากการสำรวจโดยทั่วไป ผู้หญิงมักอ้วนมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงกินเก่งกว่า แต่ออกกำลังน้อยกว่า สรุปแล้วผู้หญิงอ้วนมากกว่าผู้ชาย 4 : 1 หญิงและชายที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มักจะอ้วนง่ายเพราะคนวัยนี้ยังอยู่ในวัยทำงานมาก กินมากขึ้นเพื่อชดเชยกำลังงานที่ถูกใช้ไป แต่ออกกำลังน้อยลง

สอบถามเส้นทาง (ฟรี)

ท่องเว็บกันมาเหนื่อยๆ แวะรับเอกสารเพื่อเรียนรู้เส้นทางการทำงานออนไลน์ได้ที่นี่ (ฟรี)

"เรียนรู้้ก่อนเดินไม่่หลงทาง"

คนที่มีความตั้งใจ แน่วแน่ มั่นคง "เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย" ก็สำเร็จเพียงด้านการเรียนเท่านั้น

ไม่เคยเห็นมีใครประสบความสำำเร็จด้านการทำงานแม้สักคน

มาเรียนรู้ก่อนทำงานดีกว่าครับ

krittiphong
Business School Consultant
e_mail nowuny@gmail.com
โทร. 062 9561628
skype : nowuny

ปฏิทิน
สิงหาคม 2016
พฤ อา
« ธ.ค.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  
คำค้นหา
สถิติการเยี่ยมชม
วันนี้: 90